2010/Oct/04

สวัสดีเพื่อน ๆ บล็อคนี้คงถูกลืมไปแล้วสิเนอะ ไม่มีใครมาอัพเลย 55
และนี่เป็นเหตุผลสำคัญที่เค้ามาระบายความรู้สึกลงในนี้ คงไม่มีใครมาอ่านหรอก(มั้ง)
ตอนนี้เค้าได้คุยกับผู้ชายคนนึง(อักษรย่อ ฮ.บ.)อยู่...คุยได้ประมาณ 3เดือนแล้วหล่ะ
ตอนแรกที่เริ่มคุยก็มีคนเตือนเกี่ยวกับคนนี้เยอะมาก เพราะเท่าที่รู้ก็โชกโชนเหมือนกัน ผ่านมาแล้วทุกรูปแบบ55
เค้าก็คุยดีนะ ความรู้สึกตอนแรกคือเป็นคนจริงใจ แคร์ความรู้สึกคนอื่นอย่างมาก (ยิ้มสวยด้วย ^^)
แล้วมันก็เริ่มมีเรื่องต่าง ๆเกิดขึ้น คือประมาณช่วงกีฬาสีฮ.บ.บอกเราว่า
 "เออนี่มีรุ่นน้องแอบชอบเราอยู่ด้วยแหละ"
"ใครอ่ะ ?"
"ชื่อน้องพิม...อยู่ม.3"
"น่ารักป่ะ ?"
"สุดตีนอ่ะครับ" (- -)
ตอนนั้นก็ยังไม่คิดอะไรคงเป็นแค่รุ่นน้องที่แอบปลื้มรุ่นพี่ปกติ จนถึงวันกีฬาสี ได้รู้ว่าน้องเค้าขอป้ายชื่อของฮ.บ
ไป (ซึ่งเราก็อยากได้นะ..แต่ไม่กล้าขอเพราะมันเป็นของส่วนตัว) แล้วน้องเค้าก็ได้ป้ายไป
หลังจากวันนั้นก็เริ่มมีการพูดถึงน้องคนนี้บ่อยขึ้น บังเอิญว่าน้องพิมเป็นเพื่อนกับน้องชายของฮ.บ. 55 เข้าทางเลย
แต่ที่หนักสุด ๆคือตอนนี้ พวกเค้า 2 คนดูสนิทกันมากกกกกกก เหมือนเป็นแฟนกันเลย คนอื่น ๆคงคิดแบบนั้นไปกันหมดแล้ว ขนาดเพื่อนเราเองที่รู้ว่าเรากับฮ.บ. คุยกันอยู่ยังพูดเลยว่าความสัมพันธ์เป็นยังไงกันแน่ เพราะการแสดงออกทุกอย่าง ทั้งใน FACEBOOK , MSN มีการ ment รูปอย่างหวานซึ้ง แสดงความคิดเห็นในสถานะด้วยคำพูดแบบ...  ซึ่งการกระทำแบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเรา ทั้ง ๆที่ ฮ.บ. คุยโทรศัพท์กับเราทุกคืน เค้าก็บอกว่า "แค่น้องสาว หน่ะ" อีกอย่างคือน้องเค้าส่งข้อความมาให้ทุกคืน 555 ด้วยเหตุผลที่ว่าน้องเค้าคุยโทรศัพท์ไม่ได้ทางบ้านห้าม (หอย !!)
ทุกวันนี้โคตรจะสับสนอ่ะ คือแบบ...เราเป็นตัวอะไรอ่ะ เป็นอากาศธาตุที่เหมือนไร้ตัวตน ปล่อยให้เค้า 2 คนทำอะไรข้ามหัวไปมา จะบอกว่าตอนนี้หลอกตัวเองว่า ฮ.บ. ยังรู้สึกดีกับเราอยู่งั้นหรอ ปากบอกว่ารัก ว่าแคร์ อย่าคิดมากแค่น้องสาว ตาบ้าเอ้ย!! แล้วดูการกระทำสิ ห้ามเราแอดเมล์น้องพิม ตั้งออฟไลน์MSN คงไม่อยากให้เห็นสถานะที่ตั้งให้น้องพิมหล่ะสิ
เราควรทำอย่างไรต่อไปดี ? ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกแย่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ หรือว่าจะตัดใจ.......................................
ไม่เอาอ่ะตัดใจไม่ได้ TT  ...

2009/May/28

วันเวลาแต่ละวันผ่านไปเรื่อยๆ...

จนบางครั้งเราเองก็ตั้งตัวไม่ติด...

บางครั้งเบื่อบ้าง...

เหนื่อยบ้าง...

ท้อบ้าง...

รำคาญบ้าง...

ทำเมินกับสิ่งที่มีอยู่บ้าง...

 จนทำให้เวลาที่มีอยู่สูญเปล่า...

กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็สายไปเสียแล้ว...

.

.

เชื่อว่า ตอนนี้หากเราย้อนเวลากลับไปได้...

ทุกคนก็คงอยากจะย้อนกลับไปทำอะไรที่ตัวเองไม่เคยได้ทำในอดีต...

เค้าก็เป็นหนึ่งคนในนั้น...

อะไรที่ว่าๆไปข้างบน เค้าก็เคยทำมาหมด

ก็ยอมรับ เห้อ พูดอย่างอื่นก็จะบอกว่าแก้ตัว

พอจบจาก ม.3 พอเดินออกมาจากห้อง 552...

เค้าก็รู้เลยว่า ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำอีกมาก...

นึกย้อนกลับไปบ่อยๆ (แล้วก็มาเครียดเอง - -") ว่า

ทำไมตอนนั้นไม่ทำอย่างนั้น ตอนนี้ไม่ทำอย่างนี้

.

.

.

แต่ความจริงก็เป็นอะไรที่ต้องยอมรับล่ะ

ว่ามันย้อนกลับไปไม่ได้...

เรากลับไปแก้ไขอะไรในอดีตไม่ได้แล้ว

แต่เรายังเก็บความทรงจำดีๆในอดีตไว้ได้

ตราบใดที่เราไม่ตั้งใจจะลืมมันไป

ตราบใดที่เรายังรักและคิดถึงกัน :)

หลายคนบอกเค้าว่า

เราเหลือแค่ปัจจุบันกับอนาคต..

แต่เค้าขอบอกหน่อยเถอะว่า

บางครั้ง

ถ้าเราขาดความทรงจำดีๆจากอดีตไว้หล่อเลี้ยงเรา

เราจะมีกำลังใจที่จะทำอะไรอื่นๆต่อไปได้เหรอ...

.

.

.

ตั้งบล็อคนี้มาไม่มีอะไรมาก

แค่อยากเขียนเฉยๆ - -" (แลดูบ้าๆบอๆ อ่านไม่รู้เรื่อง)

แต่อ่านไปเหอะ เขียนให้อ่านก็ดีแค่ไหนแล้ว - -" (ได้ข่าวว่าไม่มีใครขอให้เขียน)

เอาเถอะ

จะมีใครมาอ่านป่าวไม่รู้

แต่อยากเขียน

.

.

.

จากคนๆหนึ่งบนโลกกลมๆ

2009/Apr/17

สวัสดีทุกคน!!!

 

รู้สึกว่าที่แห่งนี้จะถูกลืม...

เงียบยิ่งกว่าป่าช้าอีกนะเนี่ย

เค้ากลับไปอ่านอันเก่า ๆ แล้วก็ต้องอมยิ้ม 55+

อยากย้อนเวลาไปอยู่กับอดีตสุด ๆ

ตอนที่ยังอยู่ครบ 9 คน

เฮ้อ ~

ยังไงก็มาอัพกันบ้างเสะ!!

ไปแระ บ๊าย บาย

เจอกันเปิดเทอมกับภารกิจ After school นะจ๊ะฟ้าเล็ก^^

 

ปล. เค้าเปลี่ยนรูปเป็นควอนยูลอ่ะ..ไม่ว่ากันน้า^^

 

 

2007/Dec/17

 เมื่อเดือนก่อน วางPlot นิยายไว้ว่า

ประมาณว่า นางเอกเรียนไม่ค่อยเก่ง

ไปลองสอบเข้าโรงเรียนดังๆ เช่น มหิดล

เเล้วมั่วไปหมดเลยทุกข้อ ทดเลขก็ไม่ได้ทด  คือแบบไม่ได้หวังว่าจะติด = ="

เเล้วพอวันประกาศผลก็ดันติดขึ้นมาซะอย่างนั้น เเล้วก็ไปเจอพระเอก(คิดให้เป็นชางมินละกัน)ในโรงเรียน

เเล้วเชื่อมั้ย เรื่องเเบบที่เราเคยฝันไว้ดันมาเกิดขึ้น

ในชีวิตจริงของเรา T^T 

...ชั้น สอบติดมหิดลรอบเเรกว่ะ...

 

มันน่าดีใจมั้ยเนี่ย เหลือสอบอีกรอบนึง 

เฮ้อออ~~ ยังไงก็จะลองสอบดูหละนะ

            สู้ สู้!!

2007/Dec/04

"เพื่อนสนิท" ก็คือ
เพื่อนธรรมดาๆคนนึง ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป

... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น

... ถึงจะมาสนิทกันได้

... บางที อาจไม่ใช่นิสัย
    ... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา
 ... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ
            ... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้

... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็นคนนี้เท่านั้นที่มี

... บางครั้ง
... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป
... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย

... บางครั้ง
... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน
... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด

... บางครั้ง
... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย
... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

... บางครั้ง
...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้

... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่
บอกเป็นนัยๆว่า ฉันอยู่ตรงนี้


ชอบคำๆนึงที่บอกว่า

. . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .
. . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .


...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ

... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย


... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก
... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
... ไอ้เพื่อนสนิทเรา มันคงจะชินแล้ว
... ที่เวลาเรามีรักทีไร เราก็จะห่างๆมันไปทุกที

... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที

... ก็ตอนอกหักนู่นแหละ

... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ
... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง
... คงจะประมาณว่า
... " พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน"
... นี่ กะเราไม่เคยช่วยอะไรเลย ทีกับแฟนนะแทบถวายหัว"
... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรเราได้ใช่ไหม"
... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย
...นานๆถึงจะได้คุยกันที


... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา
... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน
... อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน

... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน

... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น
... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า
... 'เพื่อน'

คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ'
... 'แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ'


... 'เพื่อน'
... 'คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา'
. . . 'แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป
เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . .

เครดิต: http://my.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=299665&chapter=6

2007/Nov/29

 

วันนี้เจอสายตาอมหิตอีกแล้ว...

จากพวกพี่ๆกิ๊ป..

 

ถ้าพี่ๆหลุดเข้ามาในบล็อคนี้ล่ะก็..

ขอความเห้นใจด้วยนะคะ

เพราะว่าเรื่องทั้งหมดมันคือความเข้าใจผิด

นู๋ไม่ได้เต้นตามพี่..

มันบังเอิญมาเหมือนกัน...

พวกนู๋เริ่มซ้อมมาตั้งแต่เปิดเทมแล้วะคะ...

วันแรกของการเปิดเทอมเลยด้วยซ้ำ..

ขอร้องล่ะนะคะ...

อย่าส่งสายตาแบบนั้นหรืคำด่าต่างๆนานามาอีก

เอาตรงๆนะ

รำคาญค่ะเบื่อค่ะเซ็งสุดๆ

 

แค่นี้ล่ะค่ะ

 

จบ

 

เสียที....